เสริมจมูก ขั้นตอนและวิธีการดูแลตัวเอง

เสริมจมูก

จมูกแบน จมูกไม่โด่ง จมูกมีเนื้อน้อย แก้ไขได้แล้ว การผ่าตัดรูปร่างหรือการดัดแปลงจมูกเพื่อปรับลักษณะของจมูก ช่วยในการหายใจ หรือจากการเกิดจากอุบัติเหตุ หรือความเกี่ยวเนื่องมาจากพันธุกรรม นอกจากนี้การเสริมจมูกหรือการเปลี่ยนแปลงจมูกใหม่เป็นการเสริมความมั่นใจให้กับตัวเองด้วย นิยมมากในปัจจุบันคลีนิคในการทำจมูกมีคิวจองทุกวัน และการทำจมูกยังถือว่าเป็นการศัลยกรรมที่มาเป็นอันดับต้นๆ ของการศัลยกรรมอีกด้วย

ขั้นตอนการเสริมจมูก

ขั้นตอนการผ่าตัดเสริมจมูกในปัจจุบันเป็นขั้นตอนที่ใช้เวลาไม่นานและสามารถเดินทางกลับบ้านได้เลย (ในบางกรณี)

  1. แพทย์จะทำการประเมินเนื้อจมูกว่าสามารถใส่ซิลิโคนได้มากน้อยแค่ไหน
  2. การผ่าตัดแพทย์จะฉีดยาสลบระยะสั้นให้ โดยแผลในการผ่าตัดมีความยาวประมาณ 1 ซม. บริเวณของจมูกอาจจะมีข้างเดียวหรือสองข้างก็ได้ตามความถนัดของแพทย์
  3. หลังจากการผ่าตัดเสร็จแพทย์จะนัดมาพบประมาณ 1-2 อาทิตย์จมูกจะมีการยุบและบวมประมาณ 1 เดือน ถึงจะเข้ารูป

คำแนะนำเกี่ยวกับการศัลยกรรมจมูก

หลังจากการผ่าตัดเรียบร้อยแล้วเราสามารถดูทรงจมูกที่เราได้ได้เลยในช่วงวันแรกอาจยังไม่มีอาการบวมแต่หลังจากการผ่าตัดไปประมาณ 2-3 วันควรดูแลตัวเองอย่างไรหลังการเสริมจมูก ตามด้านล่างนี้เลยจ้า

**สำหรับการผ่าตัดและการตัดปีกจมูก สามารถทำควบคู่กันได้

***ควรที่จะหลีกเลี่ยงการโดนกระแทกบริเวณจมูกควรอยู่ห่างจากเด็กเล็กหรือสัตว์เลี้ยงไว้เพราะต้องอาศัยเวลาในการให้ซิลิโคนห่อหุ้มให้แน่นมาก ๆ ประมาณ 1-3 เดือน

ศัลยกรรมผ่าตัดเสริมจมูก

อาการข้างเคียงที่มักจะเกิดขึ้นหลังเสริมจมูก

การเสริมจมูก ทำจมูกให้โด่ง ให้ได้รูปทรงที่ต้องการบางครั้งเราก็ต้องเสี่ยงที่จะต้องพบเจอปัญหาตามมาไม่ว่าจะเป็นอาการบวม เขียว ช้ำ ดำแดง หรืออาการที่ตามมาจนต้องได้ทำการแก้ไขหรือเสริมเข้าไปใหม่อาการเหล่านี้เกิดขึ้นป็นเรื่องปกติของการผ่าตัดศัลยกรรม ซึ่งในปัจจุบันก่อนการทำจมูกก็อาจจะมีการทำใจก่อนไว้ล่วงหน้าแล้วว่าจะมีอาการเหล่านี้เกิดขึ้นตามมา

1. เกิดอาการจมูกบวม อาการบวมหลังการทำจมูกเป็นเรื่องปกติที่จะเกิดขึ้นเพราะเพิ่งผ่านการผ่าตัดมา หากมีอาการบวมมาก วิธีที่จะช่วยได้คือนำผ้าเย็นมาประคบเพื่อบรรเทาอาการ และกินยาตามที่แพทย์สั่งเพื่อลดอาการบวมได้เร็วขึ้น

2. มีอาการเจ็บแผลคันจมูก เป็นเรื่องธรรมดาเมื่อผิวหนังได้มีการกรีดและการเย็บแผลเพื่อตกแต่ง หรือเสริมเข้าไป ความเจ็บที่ได้หลังจากการผ่าตัดนี้จะอยู่ประมาณ 2-3 วัน หลังจากนั้นความเจ็บก็จางหายไปเอง เมื่อรู้สึกตัวอีกทีก็ไม่รู้สึกเจ็บแต่อย่างใด

3. รอยเขียวช้ำ การเกิดรอยช้ำจะหายไปประมาณ 2-3 วันซึ่งในแต่ละคนจะมีรอยช้ำที่แตกต่างกันไม่ว่าจะเป็นรอยช้ำสีม่วง สีแดง หรือสีเหลืองก็ตามรอยช้ำนี้มักจะเกิดขึ้นไม่นานแต่ถ้าหากพบอาการผิดปกติหรือมีรอยช้ำที่เข้มมากเกินไป ควรไปปรึกษาแพทย์ให้เร็วที่สุดเพราะมีความเสี่ยงในการติดเชื้อได้

4. จมูกอักเสบติดเชื้อ อาการจมูกอักเสบหรือการติดเชื้อเป็นการที่น่าเป็นห่วง เพราะจะมีอาการบวมที่มากขึ้นกว่าปกติและยังมีอาการปวดด้วย หากมีอาการเหล่านี้ต้องไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด แต่อาการนี้สามารถหายได้โดยไม่จำเป็นต้องถอดซิลิโคน แต่ถ้าหากมีการรักษาช้าก็ต้องถอดซิลิโคนเพื่อพักจมูกเป็นเวลาอย่างน้อย 3 เดือนถึงจะสามารถเสริมซิลิโคนจมูกเข้าไปใหม่ได้

5. ตึงรั้งปลายจมูก อาการตึงจมูกจะเกิดขึ้นบริเวณปลายจมูก และจะเกิดขึ้นในช่วงแรกๆ ของการเสริมจมูกหากเอามือสัมผัสก็จะมีอาการเสียว แต่อาการนี้จะดีขึ้นเช่นกันแต่อาจจะใช้เวลา แต่สำหรับบางคนอาจตึงนานหลายเดือนเลยทีเดียว

เสริมจมูก

6. น้ำโดนแผล เมื่อแผลที่จมูกโดนน้ำไม่ต้องวิตกกังวลมากเกินไป แต่ในช่วงก่อนการตัดไหม ถ้าเลี่ยงได้ควรระมัดระวังการโดนน้ำให้มากที่สุด เพราะมีผลเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย แต่ถ้าในกรณีที่โดนน้ำเมื่อไรนั้นควรล้างแผลโดยเร็ว การล้างแผลควรล้างด้วยน้ำเกลือและใช้กระดาษชำระที่แห้งสะอาดและทาเบตาดีนให้เรียบร้อย

7. มีน้ำไหลออกมากจมูก ในกรณีที่มีน้ำไหลออกมาควรเช็คให้รอบคอบเสียก่อนตกใจกระวนกระวาย ว่าน้ำที่ไหลออกมานั้นมีสีอะไร เป็นสีเลือด น้ำเหลือง หรือหนอง ซึ่งถ้าหากดูแล้วมีสีที่แตกต่างกันก็เช็คว่าไหลมาจากตรงไหน อาจจะไหลมาจากโพรงจมูกของเราหรือเปล่า หากใช่นั่นคือน้ำมูก ควรทานยาลดน้ำมูกเพื่อป้องกันน้ำมูกไหลโดนแผล แต่ถ้าเช็คแล้วไหลมาจากแผลแต่ไม่แน่ใจว่าเป็นอะไรควรไปพบแพทย์จะดีที่สุด

8. ได้กลิ่นแปลกๆ ในจมูก หลังการเสริมจมูกมักจะได้กลิ่นของเลือด น้ำเหลือง หรือกลิ่นยาที่ทาแผล แต่ก็ไม่ควรมองข้ามสิ่งเหล่านี้ไป ควรตรวจเช็คอาการเป็นระยะๆ ร่วมด้วย แต่ถ้าหากไม่มีความผิดปกติใดๆ พอแผลแห้งจนสนิทกลิ่นก็จะหายไปเอง

9. จมูกเอียง ปัญหานี้ไม่ว่าจะเป็นคลินิกหรือโรงพยาบาลไหนก็พบบ่อย หลังการเสริมจมูกไปแล้วเกิดการเอียงของรูปจมูก ในช่วงแรกที่รู้สึกว่าจมููกเอียงควรไปพบแพทย์ เพราะว่ายังอยู่ในช่วงที่สามารถปรับให้จมูกตรงได้ ทางแพทย์จะใช้วิธีการดันและดัดซิลิโคนให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง คำเตือน ไม่ควรทำด้วยตัวเองโดยเด็ดขาดเพราะมีความเสี่ยงต่อการอักเสบของแผล แต่ถ้าหากแก้ไขด้วยวิธีดัดไม่ได้ก็ต้องแก้ไขด้วยการผ่าตัดใหม่

10. เนื้อจมูกบาง เนื้อจมูกบางแต่อยากได้จมูกโด่งๆ เป็นไปได้ค่ะ แต่มีความเสี่ยงที่จะทะลุมากกว่าซึ่งไม่คุ้มกับการต้องเสียเวลาในการแก้จมูกอีกรอบ คนที่เนื้อจมูกน้อยหากเสริมซิลิโคนไปแล้วมีอาการทะลุที่เห็นได้ชัดคือ ปลายจมูกใส เห็นเนื้อขาว ๆ นั่นคือการบอกว่าจมูกของคุณจะทะลุแล้ว ก่อนที่ซิลิโคนจะทะลุควรไปพบแพทย์เพื่อทำการแก้ไขโดยด่วนวิธีแก้ของแพทย์อาจจะลดซิลิโคนให้สั้นลงหรือใช้ตัวช่วยในการรองจมูกเพื่อป้องกันซิลิโคนทะลุออกมา

11. จมูกทะลุ จมูกทะลุเป็นปัญหาที่พบกันมานาน และเกิดขึ้นกับหลายคนมาแล้ว ในปัจจุบันเองการนำกระดูกหลังหูมาเสริมสามารถลดความเสี่ยงในการทะลุได้เห็นผลดีที่สุด และแน่นอนหากเกิดการทะลุควรไปพบแพทย์เพื่อทำการถอดซิลิโคนและพักจมูกก่อนการเสริมใหม่

12. แผลจมูกหดตัวทำให้จมูกผิดรูป เป็นอาการที่เกิดขึ้นตามมาจากจมูกทะลุ หลังจากที่นำซิลิโคนออกมาแล้ว แผลสมานแล้ว อาจจะเกิดการรัดตัวของพังผืดที่บริเวณแผลเพื่อให้เกิดการยุบเข้าไปเป็นรอยบุ๋ม ส่วนใหญ่แล้วจะพบที่ปลายจมูก แต่ในปัจจุบันสามารถแก้ไขได้แล้วเช่นการนำกระดูกอ่อนหลังหูมารองตรงปลาย หรือเนื้อเยื่อเทียมช่วยให้กลับมาเป็นปกติได้อีกครั้ง

ศัลยกรรมจมูก เสริมจมูก

13. เนื้อจมูกตาย จมูกเน่า จะมีลักษณะคล้ำๆ ช้ำเลือด เนื้อกลายเป็นสีดำ สาเหตุเกิดจากการที่จมูกติดเชื้อ หรือมีการฉีดสิ่งสารแปลกปลอมเข้าไปทำให้เกิดการอักเสบและเนื้อจมูกตายได้ ในกรณีแบบนี้ส่งผลให้จมูกมีรูปร่างที่ผิดปกติ การรักษาต้องรอให้แผลหายดีเสียก่อนเพื่อให้เนื้อแข็งแรงและสามารถแก้ไขได้ด้วยการศัลยกรรมให้ดีขึ้นต่อไป

14. เกิดความผิดพลาดจากการ การผิดพลาดหลังการผ่าตัดของแพทย์ก็เคยเกิดขึ้นเช่นกัน แต่ก็ถือว่าเป็นปัญหาที่พบได้น้อยเพราะการผ่าตัดทางแพทย์ต้องใช้ความระมัดระวังในการผ่าตัดเป็นพิเศษอยู่แล้ว หากเกิดปัญหานี้ควรตั้งสติของตนเองให้ดี อย่าพึ่งวู่วาม คิดหาทางแก้ไขปัญหาจะดีกว่าเพื่อที่จะได้จมูกกลับมาเป็นปกติให้ได้มากที่สุด

15. จมูกเชิด จมูกหมู ไม่มีหยดน้ำ สาเหตุที่ไม่มีหยดน้ำ หรือจมูกหมูมาจากแต่ละมีเนื้อจมูกที่น้อยไม่สามารถทำให้โด่งได้เพราะถ้าหากฝืนเนื้อจมูกก็ทำให้เกิดการทะลุได้ง่าย ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับเทคนิคสไตล์การทำจมูกของแพทย์ด้วย แต่ในปัจจุบันเกิดเทคนิคใหม่ ๆ ที่ช่วยให้การศัลยกรรมจมูกสมบูรณ์และตอบโจทย์คนไข้ขึ้นมากแล้ว แต่เพียงต้องหารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบกาณ์และฝีมือมาช่วยให้จมูกได้รูปทรงสวยๆ

16. สันจมูกโด่ง ดูแข็ง หากมีจมูกที่โด่งมากเกินไปความเป็นธรรมชาติก็จะไม่มี คนมักดูออกว่าไปทำจมูกมา แต่ปัจจุบันเน้นในรูปแบบที่เป็นธรรมชาติมากที่สุด ซึ่งแทบดูไม่ออกเลยว่าไปทำจมูกมา หากพบปัญหานี้วิธีแก้ไขไม่ยุ่งยากอะไรมากแก้ไขทรงจมูกให้ดูเตี้ย สั้นลง ก็จะได้รูปทรงที่สวยงามได้

17. รูปทรงไม่สวย อาการนี้เกิดได้ในหลายกรณี ซิลิโคนไม่ตอบโจทย์ความต้องการ หรืออาจะเกิดจากการเหลาซิลิโคนของแพทย์แต่อาการนี้สามารถแก้ไขด้วยการเปลี่ยนแท่งซิลิโคนใหม่ได้เลย

18. จมูกลอกมีสิวขึ้นมากกว่าปกติบริเวณจมูก จมูกลอกเกิดจากที่เซลล์ที่ขยายนั้นได้ตายแล้วซึ่งการลอกของจมูกเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว แต่เมื่อพบว่าสิวเสี้ยนมีมากจนเกินไปเมื่อเวลาผ่านไปหลายเดือนก็สามารถลอกออกได้ตามปกติแต่ก็ควรระมัดระวังและทำมือเบาๆ เท่านั้น ในเรื่องของสิวที่เกิดขึ้นจะมาจากการล้างหน้าไม่สะอาดทำให้มีการสะสมของแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิว หลังจากการตัดไหมก็สามารถทำความสะอาดหน้าได้ตามปกติสิวก็ค่อยๆ ยุบและหายไป

ประคบเย็นหลังเสริมจมูก

วิธีการดูแลตัวเองหลังการทำศัลยกรรมเสริมจมูก

  1. ประคบเย็นอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 2-3 วัน เพื่อช่วยให้หลอดเลือดหดตัว ลดอาการบวม และลดอาการเจ็บจากแผล โดยทำครั้งละ 10-15 นาที สลับกับพักหน้า 15-30 นาที การประคบเย็นนั้นควรทำบริเวณรอบๆ จมูกเท่านั้น ไม่ควรประคบลงบนจมูกโดยตรง เพราะอาจส่งผลเสียต่อซิลิโคนที่เสริมจมูก และทำให้เกิดการเสียรูปทรงได้
  2. หลังจากผ่านการประคบเย็นต่อเนื่องแล้ว ให้ดูแลด้วยการประคบอุ่น เพื่อช่วยให้หลอดเลือดขยายตัว ทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น การประคบอุ่นให้ทำบริเวณเดียวกับที่เคยประคบเย็น โดยทำครั้งละ 10-15 นาที วันละ 4-5 ครั้ง
  3. เวลานอนควรหนุนหมอนสูงๆ หลีกเลี่ยงการนอนราบ นอนคว่ำ และนอนตะแคง ควรเตรียมหมอนรองคอที่สามารถล็อคการเคลื่อนไหวของคอได้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการกดทับจมูกเวลานอนหลับ
  4. หลีกเลี่ยงอาหารหมักดอง อาหารรสจัด และเครื่องดื่มที่มีแอลกอลฮอลล์ทุกชนิด รวมถึงงดสูบหรี่ อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ ในช่วงระหว่างนี้ควรทานอาหารรสชาติอ่อนๆ เท่านั้น
  5. รับประทานยาอย่างเคร่งครัดตามคำสั่งแพทย์

หากกำลังมีปัญหาอาการข้างเคียง หรือมีความกังวลกับจมูก ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและดำเนินการแก้ไขเพื่อรักษาให้กลับมาปกติ เมื่อพบปัญหาเหล่านี้หรือมีอาการใกล้เคียงไม่ควรปล่อยไว้เป็นเวลานาน เพื่อเลี่ยงให้เกิดอาการน้อยลงหรือประสบปัญหาที่ไม่รุนแรงก่อนการศัลยกรรมควรเลือกศัลยแพทย์ที่มีประสบการณ์ มีความเชี่ยวชาญทางด้านนั้นๆ ศึกษาข้อมูลก่อนการทำศัลยกรรมให้ดีเพื่อที่จะได้ไม่กลับไปแก้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ติดต่อลงข้อมูล